ตีแผ่ แบไต๋ ประกันสุขภาพเด็ก 2026
ประกันสุขภาพเด็ก
แม่มณีอวยยศ สามซุง กรุงเมพ
ขวัญใจประกันเด็กไทยยุคเอไอเจ้าค่ะ
พัฒนาการของการเขียน content เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็กไทย นับวันยิ่งเขียนสั้นลงเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ เมื่อก่อนต้องแบ่งออกเป็น 2 EP เด็กเล็ก 0-5 กับเด็ก 6 ขวบขึ้นไป เดี๋ยวนี้รวบได้เป็น EP เดียวแล้ว เพราะหลายค่ายกลัวเด็ก ขายเฉพาะแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) หรือบางค่ายก็ขายพ่วงพ่อแม่แม่มณีคัดค่ายผู้กล้าและ 3 สนใจมาให้ ได้มา 3 หน้าเปรียบเทียบเจ้าค่ะ ก่อนจะอ่านถัดไปถ้าใครยังไม่เข้าใจคำว่า Deductible หรือ ความรับผิดส่วนแรก แม่มณีขอให้อ่านอันนี้ก่อนเจ้าค่ะ https://www.facebook.com/share/p/18eEcypdnK/ เพราะประกันสุขภาพเด็กไทยกับส่วนร่วมจ่ายเป็นเรื่องคู่กันไปแล้วเจ้าค่ะ
แต่ก่อนแต่ไรแม่มณีเคยมีทัศนคติเน้นเฉพาะกรณีนอนโรงพยาบาล แต่มาบัดนี้แม่มณีขอกลับคำแล้วเจ้าค่ะ การเลือกประกันสุขภาพตำรับแม่มณี ณ ปัจจุบันนี้ “ควรมี OPD” ด้วยแล้วเจ้าค่ะ มีน้อยก็ได้ไม่เป็นไร แต่ขอให้มีติดเอาไว้ เราจะได้ไม่ต้องพยายามลุ้นให้ลูกนอน รพ. โดยไม่จำเป็น อย่าลืมว่า “นอน รพ. ครั้งที่สามขึ้นไป ให้ทดไว้ในใจว่าปีหน้าอาจถูกปรับเป็น Copayment 30% ตามกฎเกณฑ์ของ คปภ.” (ศึกษากฎเกณฑ์การต่อสัญญาแบบ Copayment ได้จากรูปสรุปหน้าสุดท้ายเจ้าค่ะ) ประกันสุขภาพเด็กรุ่นที่เพิ่งเดบิวต์ใหม่ จึงมักจะให้วงเงิน OPD มาด้วย ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องตัดสินใจนอน รพ. โดยไม่จำเป็น ซึ่งแม่มณีก็เห็นควรเช่นนั้น ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมเด็กไทยยุคใหม่ เคลมน้อย ไม่ค่อยนอน รพ. เจ้าค่ะ

หน้าแรกคือ 3 แบบประกันสุขภาพเด็กที่แม่มณีอวยยศให้ว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดเจ้าค่ะ แบบแรกสุดคือแบบเหมาจ่ายค่ายเกาหลี HS ผ่ามพ๊าม ความอ๊ปป๊ารักเด็กไทยแต่ไม่หุนหันพลันแล่น แต่ละแผนทำราคาสูงสำหรับเด็กเล็ก 0-5 ปีนะเจ้าคะ วิ่งอยู่ราว ๆ เกือบแสน ถึง แสนกว่า ให้ชัด ๆ กันไปเลยว่าลูกเจ้าพระยามาทางนี้ อย่างไรก็ดีแม่มณีว่าจะคุ้มค่าถ้าไปให้สุด เลือกแผน 10 ล้านเหมาจ่ายค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล วงเงินนอน รพ. 10 ล้าน และวงเงิน OPD อีกปีละ 10,000 ในราคาประมาณแสนสอง ตัดใจจ่ายเบี้ย “เดือนละหมื่น” สำหรับประกันสุขภาพลูก งบพอ ๆ กับคอร์สเรียนเสริมพัฒนาการเด็กซักคอร์ส กัดฟัน 5 ปีไหวมั้ยเจ้าคะ? ถ้าไหว แผนนี้จัดไปเจ้าค่ะ เจ็บแต่จบทั้งเคสเล็ก เคสใหญ่ เคสรุนแรง แพงแต่รับไหวทุกสถานการณ์ สำหรับแผนค่าห้อง 3000 กับ 5000 โดยส่วนตัวแม่มณีนั้นมองว่ามิสมน้ำสมเนื้อ จ่ายเบี้ยแสนกว่าแต่ว่าน่าจะต้องมีส่วนเกินค่าห้องอยู่ดี แม่มณีขออนุญาตเชียร์แบบประกันนี้เฉพาะแผน 10 ล้านเจ้าค่ะ
ตัวต่อมาคือ HS อุลตร้า แบบประกันนี้อ๊ปป๊าตั้งใจทำมาให้เด็กจริง ๆ เห็นได้จากกฎเกณฑ์ว่าซื้อได้ตั้งแต่อายุ 1 วันกันเลยทีเดียว ไม่ต้องรอครบเดือน ทำประกันทันก่อนป่วย มีโอกาสสูงที่จะไม่ต้องมีข้อยกเว้นความคุ้มครอง ไม่ต้องลุ้น 1 เดือนอย่างตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ถนอมลูกเป็นไข่ในหิน ฟีเจอร์นี้ฟินมาก ๆ อ๊ปป้า จริง ๆ แล้วแผนนี้ละม้าย HS เอกตราของค่ายพี่แดงภูผาที่แม่มณีก็เคยมอบมงไว้ก่อนเค้าปิดการขายไป มีทั้งวงเงิน IPD และ OPD ให้ติดปลายนวมแบบรายปี ขายให้ทั้งแบบมี และ ไม่มี Deductible สำหรับแผนนี้ Deductible เป็นหลักพันต่อครั้งเท่านั้น จะเห็นได้ว่าเบี้ยประกันจะต่างกันไม่มากสำหรับทางเลือกมี และ ไม่มี Deductible เจ้าค่ะ
สำหรับโครงสร้างราคาเบี้ยประกันของ HS อุลตร้านั้น แม่มณีตั้งข้อสังเกตว่าอ๊ปป้าจะกลัวแค่เด็กเล็ก เบี้ยแพงในช่วง 0-5 ขวบ แต่จะลดฮวบฮาบเลยตอนอายุ 6 ขวบเจ้าค่ะ สำหรับผู้มองหาประกันสุขภาพเด็กงบประหยัด HS อุลตร้าคือแบบประกันที่แม่มณีแนะนำเป็นอันดับแรก ๆ เด็กเล็กซื้อได้ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นสามหมื่นกว่า แต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปส่วนนึงเท่านั้น ใช้งานจริงก็คงต้องมีส่วนเกินบ้าง แต่ถ้าสำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปละก็ แม่มณีแนะนำเต็มกำลัง กำเงินมาหมื่นกว่าได้ค่าห้อง 4,500 ไม่มี Deductible แถมมี OPD ให้ด้วย อ๊ปป้าไม่กลัวเด็กโตเจ้าค่ะ
แบบที่ 3 ที่แม่มณีอวยยศคือ มีค่า สุขภาพเด็ก พรีเมียร์ ของค่ายกรุงเมพเจ้าค่ะ ข้อจำกัดสำคัญยิ่งเพียงข้อเดียวคือ “มีความรับผิดส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งทุกแผน กรณีนอน รพ.” เหมาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ที่มีสวัสดิการจากบริษัทเผื่อมาถึงลูกบ้างแต่ไม่เยอะ กรุงเมพขอ Deductible แค่ 10,000/ครั้งเท่านั้น ถ้าท่านไม่มีสวัสดิการ ก็ต้องจ่ายส่วนเกินนี้เองเจ้าค่ะ
แต่นอกเหนือจากข้อจำกัดนั้น คือ ความพอดี และ ดีพอ โดยเฉพาะแผนค่าห้อง 4,000-5,000 วงเงินหมวด 2 และ หมวด 4 จะมัดรวมกันเหมาจ่าย 200,000-400,000 ต่อครั้ง หมวด 2 คือหมวดที่เด็กจะเคลมกันอุตลุดพัลวันที่สุด ค่าน้ำเกลือ หัตถการ ตรวจวินิจฉัย เวชภัณฑ์มากมายอัดกันอยู่ในหมวดนี้ ถ้าเทียบกับ HS อุลตร้าจะจ่ายหมวด 2 แค่หลักหมื่นต่อครั้ง แต่ตัวนี้มีโควต้าถึงหลักแสน นอกจากนั้นก็ยังมีวงเงิน OPD ให้ถึง 2,000 ต่อครั้ง ในราคาที่รับได้สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี เบี้ยประมาณหกหมื่น ขื่นขมแค่ 5 ปี อายุ 6 ขวบลดเหลือสองหมื่นกว่า แม่มณีคิดว่าเหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับใครที่เอาไปใช้ร่วมกับสวัสดิการอื่นเจ้าค่ะ แผนนี้จะปรับเป็นแบบไม่มี Deductible อัตโนมัติเมื่อลูกอายุ 11 ปีขึ้นไป แต่ถึงวันนั้นแม่มณีก็สนับสนุนให้เปลี่ยนเป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับผู้ใหญ่ดีกว่านะเจ้าคะ ตัวนี้ถ้าจะถือไปตลอดชีวิตอาจไม่ค่อยไหวเพราะพวกหมวด 9-11 คีโม ฉายแสง ล้างไต กรณีไม่นอน รพ. มีวเงินแค่หลักหมื่น ตอนเด็กหมวดนี้ไม่ค่อยใช้ แต่แก่ตัวไปมีโอกาสได้ใช้สูงเจ้าค่ะ

มาดูหน้าต่อไป รวบรวมพระรองจาก 4 ค่ายใหญ่ ที่แม่มณีมองว่าน่าสนใจ เผื่อใครอยากได้แบบเหมาจ่าย แต่อยากได้ทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่อ๊ปป้า ลุงเทยประกันคือแผนที่มาคู่คี่สูสีที่สุดเจ้าค่ะ เพราะยอมขายเด็กแบบไม่มี Deductible เช่นเดียวกัน แต่เบี้ยประกันราคาแรงกว่าและก็ไม่มีวงเงิน OPD ให้ และค่าห้องก็จำกัด แต่ถ้าท่านอยากได้แบบเหมาจ่าย, จ่ายตั้งแต่บาทแรกไม่มี Deductible และขอค่ายใหญ่ไม่เอาอ๊ปป้าเกาหลี กราดตาไปทั่วปฐพีก็เห็นจะมีแต่ลุงเทยประกันเนี่ยแหล่ะเจ้าค่ะ
ส่วนน้องเปรี้ยว F อะไรดี ที่เจ็บมามากจากเด็กไทยในประกันสุขภาพมาตรฐานเก่าตัวเดิมที่เพิ่งจะเพิ่มเบี้ย Repricing ไปไม่นานนี้ มารอบนี้จึงขายมีค่า ห่วงใยให้เด็กอย่างระแวงภัยมากขึ้นเยอะเจ้าค่ะ สำหรับเด็ก 0-5 ขวบ หากจะซื้อแบบไม่มี Deductible ต้องจัดไปแผนสูงสุด 12 ล้าน ค่าห้อง 8000 เบี้ยประกันแสนเจ็ด ถ้าถูกกว่านั้นต้องซื้อแบบมี Deductible เท่านั้น และเบี้ยประกันก็ถือว่าราคาสูงด้วยเจ้าค่ะ F อะไรดีจะไปเริ่มเปิดรับแบบไม่มี Deductible ตอนอายุ 6 ขวบขึ้นไป ข้อดีของแผนนี้คือมีวงเงิน OPD ต่อปีให้ทุกแผน แบบประกันนี้ราคาดีในทางเลือก Deductible ถ้าใครมีสวัสดิการอื่นอยู่มากพอสมควร ก็ลองมาดูตัวนี้ไปใช้ร่วมกันได้เจ้าค่ะ
ต่อกันที่เมืองเทย ดีเด็ก ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แผนนี้จะปิดการขายในวันที่ 30 เมษายนนี้เจ้าค่ะ ตัวนี้เน้นกรณีนอน รพ. เท่านั้น ไม่มีวงเงิน OPD และมี Deductible ด้วยเจ้าค่ะ ราคาก็ถือว่าแรงมากทีเดียว เพราะเหมาจ่ายจริง ๆ ค่าห้องก็เหมาจ่ายตามค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานทุก รพ. ด้วย อย่างไรก็ดีแผนนี้ทำมาเพื่อเด็กจริง ๆ ไม่คุ้มครองหมวด 9-11 คีโม ฉายแสง ล้างไต กรณีนอน รพ. นะเจ้าคะ ถ้าลูกจะถือต่อเนื่องตลอดชีวิต โตขึ้นไปหนูอย่าลืมซื้อประกันโรคร้ายแรงห่วงใย บวก แบบจ่ายค่ารักษามะเร็ง และ ไตวายเพิ่มด้วยนะลูกนะ ถือแค่นี้ไม่พอสำหรับกรณีผู้ใหญ่นะลูก
อีกตัวนึงป๊ะป๋า อ้าซ่า MEA เอกตรา ทีเด็ดคือมีการเพิ่มให้อีก 70% ของส่วนเกินในหมวด 2, 4.3 และหมวด 12 ซึ่งสำหรับเด็กหมวดที่น่าจะได้เกินเยอะคือหมวด 2 ถ้ามีส่วนเกิน ป๊ะป๋าก็จะจ่ายให้อีก 70% ของส่วนเกิน แต่ไม่เกินวงเงินสูงสุดบรรทัดสุดท้ายของผลประโยชน์แต่ละแผนเจ้าค่ะ อย่างไรก็ดีแผนนี้ไม่ขายแบบไม่มี Deductible กับเด็ก ถึงแม้ว่า Deductible จะน้อยแค่หลักพันต่อครั้ง แต่ก็ยังถือว่าเบี้ยประกันแรงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ให้ แม่มณีเลยเลยจัดไว้อยู่ในหน้าพระรองเจ้าค่ะ

หน้าสุดท้าย คือแกงโฮะ 3 สูตรของแม่มณี ที่เน้นว่า “สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปเท่านั้น” ถ้าเด็กเล็กกว่านั้นไม่ต้องโฮะเจ้าค่ะ โฮะไปก็แพงอยู่ดี ไม่คุ้มค่าเสียเวลารอ fax claim 2 ค่าย แต่สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปที่มีงบประมาณสามหมื่นกว่า ถ้าคุณซื้อแผนเดียวท่ามาตรฐานจะได้ค่าห้องแค่ 3-5 พัน หรือไม่งั้นก็ต้องไปซื้อแบบที่มี Deductible
แต่ถ้าคุณยอมรอ Fax claim นานขึ้นซักหน่อย รวมพลังจาก 2 ค่าย คุณจะได้ค่าห้องหกพันกว่าขึ้นไป และมีวงเงิน OPD ให้ในทุกทางเลือก โดยเลือกซื้อแผนประกันแบบมี Deductible ซักตัว บวกกับสามซุง HS อุลตร้า 2500 ให้มาจ่าย Deductible ของเล่มแรกให้ สูตรนี้จะได้ผลประโยชน์ที่สูงกว่าและไม่ต้องจ่าย Deductible ในเคสส่วนใหญ่ อาจมีต้องจ่าย Deductible บ้างในบางเคสที่นอน รพ. หลายวัน แต่มันก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมากเจ้าค่ะ ลองทัศนาแกงโฮะ 3 สูตรของแม่มณีดูได้เจ้าค่ะ ทั้ง 3 สูตรมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แม่มณีเขียนไว้ให้แล้วในตารางว่าสูตรไหนเด่นด้านไหน อย่างไรก็ดีถ้ามีงบห้าหมื่นขึ้นไป ไม่ต้องมาโฮะให้เสียเวลา จัด HS ผ่ามพ๊าม แผน 10 ล้านไป ง่ายกว่า จบกว่า และรอเคลมไม่ช้านานเจ้าค่ะ
และทั้งหมดนี้คือประกันสุขภาพเด็กยุคใหม่ ยุคเอไอ อิหร่าน และ ท่านทรัมป์ทานอส คงมีเวลาเหลืออีกไม่กี่ปีที่เรายังจะมีประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่ไม่มีส่วนร่วมจ่ายให้เราได้เลือกซื้อกัน ในวันที่ลูกเราเป็นผู้ใหญ่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะไม่มีประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบที่จ่ายตั้งแต่บาทแรกขายแล้ว ถ้าค่ารักษาพยาบาลยังแพงขึ้นทุกวันโดยไม่มีการควบคุมเช่นนี้ ในวันที่ลูกเรายังเลือกประกันสุขภาพเองไม่ได้ เราในฐานะพ่อแม่ก็คงต้องตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดบนงบประมาณที่เราทำไหว เลือกไปซักตัว รู้เจ้าค่ะว่าแพง มองตารางเบี้ยที่ตา เจ็บเข้าไปที่ใจ สะเทือนไปถึงกระเป๋าสตางค์ แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นหลัง 6 ขวบเป็นต้นไป ตอนนั้นจะสบายขึ้นมากเลย เบี้ยประกันก็ถูกลง ลูกก็ไม่ค่อยป่วยไข้ เหลือจ่ายเยอะแค่ค่าเทอมเท่านั้นแหล่ะเจ้าค่ะ รักนะ จุ้บ ๆ
ขวัญใจประกันเด็กไทยยุคเอไอเจ้าค่ะ
พัฒนาการของการเขียน content เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็กไทย นับวันยิ่งเขียนสั้นลงเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ เมื่อก่อนต้องแบ่งออกเป็น 2 EP เด็กเล็ก 0-5 กับเด็ก 6 ขวบขึ้นไป เดี๋ยวนี้รวบได้เป็น EP เดียวแล้ว เพราะหลายค่ายกลัวเด็ก ขายเฉพาะแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) หรือบางค่ายก็ขายพ่วงพ่อแม่แม่มณีคัดค่ายผู้กล้าและ 3 สนใจมาให้ ได้มา 3 หน้าเปรียบเทียบเจ้าค่ะ ก่อนจะอ่านถัดไปถ้าใครยังไม่เข้าใจคำว่า Deductible หรือ ความรับผิดส่วนแรก แม่มณีขอให้อ่านอันนี้ก่อนเจ้าค่ะ https://www.facebook.com/share/p/18eEcypdnK/ เพราะประกันสุขภาพเด็กไทยกับส่วนร่วมจ่ายเป็นเรื่องคู่กันไปแล้วเจ้าค่ะ
แต่ก่อนแต่ไรแม่มณีเคยมีทัศนคติเน้นเฉพาะกรณีนอนโรงพยาบาล แต่มาบัดนี้แม่มณีขอกลับคำแล้วเจ้าค่ะ การเลือกประกันสุขภาพตำรับแม่มณี ณ ปัจจุบันนี้ “ควรมี OPD” ด้วยแล้วเจ้าค่ะ มีน้อยก็ได้ไม่เป็นไร แต่ขอให้มีติดเอาไว้ เราจะได้ไม่ต้องพยายามลุ้นให้ลูกนอน รพ. โดยไม่จำเป็น อย่าลืมว่า “นอน รพ. ครั้งที่สามขึ้นไป ให้ทดไว้ในใจว่าปีหน้าอาจถูกปรับเป็น Copayment 30% ตามกฎเกณฑ์ของ คปภ.” (ศึกษากฎเกณฑ์การต่อสัญญาแบบ Copayment ได้จากรูปสรุปหน้าสุดท้ายเจ้าค่ะ) ประกันสุขภาพเด็กรุ่นที่เพิ่งเดบิวต์ใหม่ จึงมักจะให้วงเงิน OPD มาด้วย ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องตัดสินใจนอน รพ. โดยไม่จำเป็น ซึ่งแม่มณีก็เห็นควรเช่นนั้น ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมเด็กไทยยุคใหม่ เคลมน้อย ไม่ค่อยนอน รพ. เจ้าค่ะ

หน้าแรกคือ 3 แบบประกันสุขภาพเด็กที่แม่มณีอวยยศให้ว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดเจ้าค่ะ แบบแรกสุดคือแบบเหมาจ่ายค่ายเกาหลี HS ผ่ามพ๊าม ความอ๊ปป๊ารักเด็กไทยแต่ไม่หุนหันพลันแล่น แต่ละแผนทำราคาสูงสำหรับเด็กเล็ก 0-5 ปีนะเจ้าคะ วิ่งอยู่ราว ๆ เกือบแสน ถึง แสนกว่า ให้ชัด ๆ กันไปเลยว่าลูกเจ้าพระยามาทางนี้ อย่างไรก็ดีแม่มณีว่าจะคุ้มค่าถ้าไปให้สุด เลือกแผน 10 ล้านเหมาจ่ายค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล วงเงินนอน รพ. 10 ล้าน และวงเงิน OPD อีกปีละ 10,000 ในราคาประมาณแสนสอง ตัดใจจ่ายเบี้ย “เดือนละหมื่น” สำหรับประกันสุขภาพลูก งบพอ ๆ กับคอร์สเรียนเสริมพัฒนาการเด็กซักคอร์ส กัดฟัน 5 ปีไหวมั้ยเจ้าคะ? ถ้าไหว แผนนี้จัดไปเจ้าค่ะ เจ็บแต่จบทั้งเคสเล็ก เคสใหญ่ เคสรุนแรง แพงแต่รับไหวทุกสถานการณ์ สำหรับแผนค่าห้อง 3000 กับ 5000 โดยส่วนตัวแม่มณีนั้นมองว่ามิสมน้ำสมเนื้อ จ่ายเบี้ยแสนกว่าแต่ว่าน่าจะต้องมีส่วนเกินค่าห้องอยู่ดี แม่มณีขออนุญาตเชียร์แบบประกันนี้เฉพาะแผน 10 ล้านเจ้าค่ะ
ตัวต่อมาคือ HS อุลตร้า แบบประกันนี้อ๊ปป๊าตั้งใจทำมาให้เด็กจริง ๆ เห็นได้จากกฎเกณฑ์ว่าซื้อได้ตั้งแต่อายุ 1 วันกันเลยทีเดียว ไม่ต้องรอครบเดือน ทำประกันทันก่อนป่วย มีโอกาสสูงที่จะไม่ต้องมีข้อยกเว้นความคุ้มครอง ไม่ต้องลุ้น 1 เดือนอย่างตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ถนอมลูกเป็นไข่ในหิน ฟีเจอร์นี้ฟินมาก ๆ อ๊ปป้า จริง ๆ แล้วแผนนี้ละม้าย HS เอกตราของค่ายพี่แดงภูผาที่แม่มณีก็เคยมอบมงไว้ก่อนเค้าปิดการขายไป มีทั้งวงเงิน IPD และ OPD ให้ติดปลายนวมแบบรายปี ขายให้ทั้งแบบมี และ ไม่มี Deductible สำหรับแผนนี้ Deductible เป็นหลักพันต่อครั้งเท่านั้น จะเห็นได้ว่าเบี้ยประกันจะต่างกันไม่มากสำหรับทางเลือกมี และ ไม่มี Deductible เจ้าค่ะ
สำหรับโครงสร้างราคาเบี้ยประกันของ HS อุลตร้านั้น แม่มณีตั้งข้อสังเกตว่าอ๊ปป้าจะกลัวแค่เด็กเล็ก เบี้ยแพงในช่วง 0-5 ขวบ แต่จะลดฮวบฮาบเลยตอนอายุ 6 ขวบเจ้าค่ะ สำหรับผู้มองหาประกันสุขภาพเด็กงบประหยัด HS อุลตร้าคือแบบประกันที่แม่มณีแนะนำเป็นอันดับแรก ๆ เด็กเล็กซื้อได้ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นสามหมื่นกว่า แต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปส่วนนึงเท่านั้น ใช้งานจริงก็คงต้องมีส่วนเกินบ้าง แต่ถ้าสำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปละก็ แม่มณีแนะนำเต็มกำลัง กำเงินมาหมื่นกว่าได้ค่าห้อง 4,500 ไม่มี Deductible แถมมี OPD ให้ด้วย อ๊ปป้าไม่กลัวเด็กโตเจ้าค่ะ
แบบที่ 3 ที่แม่มณีอวยยศคือ มีค่า สุขภาพเด็ก พรีเมียร์ ของค่ายกรุงเมพเจ้าค่ะ ข้อจำกัดสำคัญยิ่งเพียงข้อเดียวคือ “มีความรับผิดส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งทุกแผน กรณีนอน รพ.” เหมาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ที่มีสวัสดิการจากบริษัทเผื่อมาถึงลูกบ้างแต่ไม่เยอะ กรุงเมพขอ Deductible แค่ 10,000/ครั้งเท่านั้น ถ้าท่านไม่มีสวัสดิการ ก็ต้องจ่ายส่วนเกินนี้เองเจ้าค่ะ
แต่นอกเหนือจากข้อจำกัดนั้น คือ ความพอดี และ ดีพอ โดยเฉพาะแผนค่าห้อง 4,000-5,000 วงเงินหมวด 2 และ หมวด 4 จะมัดรวมกันเหมาจ่าย 200,000-400,000 ต่อครั้ง หมวด 2 คือหมวดที่เด็กจะเคลมกันอุตลุดพัลวันที่สุด ค่าน้ำเกลือ หัตถการ ตรวจวินิจฉัย เวชภัณฑ์มากมายอัดกันอยู่ในหมวดนี้ ถ้าเทียบกับ HS อุลตร้าจะจ่ายหมวด 2 แค่หลักหมื่นต่อครั้ง แต่ตัวนี้มีโควต้าถึงหลักแสน นอกจากนั้นก็ยังมีวงเงิน OPD ให้ถึง 2,000 ต่อครั้ง ในราคาที่รับได้สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี เบี้ยประมาณหกหมื่น ขื่นขมแค่ 5 ปี อายุ 6 ขวบลดเหลือสองหมื่นกว่า แม่มณีคิดว่าเหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับใครที่เอาไปใช้ร่วมกับสวัสดิการอื่นเจ้าค่ะ แผนนี้จะปรับเป็นแบบไม่มี Deductible อัตโนมัติเมื่อลูกอายุ 11 ปีขึ้นไป แต่ถึงวันนั้นแม่มณีก็สนับสนุนให้เปลี่ยนเป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับผู้ใหญ่ดีกว่านะเจ้าคะ ตัวนี้ถ้าจะถือไปตลอดชีวิตอาจไม่ค่อยไหวเพราะพวกหมวด 9-11 คีโม ฉายแสง ล้างไต กรณีไม่นอน รพ. มีวเงินแค่หลักหมื่น ตอนเด็กหมวดนี้ไม่ค่อยใช้ แต่แก่ตัวไปมีโอกาสได้ใช้สูงเจ้าค่ะ

มาดูหน้าต่อไป รวบรวมพระรองจาก 4 ค่ายใหญ่ ที่แม่มณีมองว่าน่าสนใจ เผื่อใครอยากได้แบบเหมาจ่าย แต่อยากได้ทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่อ๊ปป้า ลุงเทยประกันคือแผนที่มาคู่คี่สูสีที่สุดเจ้าค่ะ เพราะยอมขายเด็กแบบไม่มี Deductible เช่นเดียวกัน แต่เบี้ยประกันราคาแรงกว่าและก็ไม่มีวงเงิน OPD ให้ และค่าห้องก็จำกัด แต่ถ้าท่านอยากได้แบบเหมาจ่าย, จ่ายตั้งแต่บาทแรกไม่มี Deductible และขอค่ายใหญ่ไม่เอาอ๊ปป้าเกาหลี กราดตาไปทั่วปฐพีก็เห็นจะมีแต่ลุงเทยประกันเนี่ยแหล่ะเจ้าค่ะ
ส่วนน้องเปรี้ยว F อะไรดี ที่เจ็บมามากจากเด็กไทยในประกันสุขภาพมาตรฐานเก่าตัวเดิมที่เพิ่งจะเพิ่มเบี้ย Repricing ไปไม่นานนี้ มารอบนี้จึงขายมีค่า ห่วงใยให้เด็กอย่างระแวงภัยมากขึ้นเยอะเจ้าค่ะ สำหรับเด็ก 0-5 ขวบ หากจะซื้อแบบไม่มี Deductible ต้องจัดไปแผนสูงสุด 12 ล้าน ค่าห้อง 8000 เบี้ยประกันแสนเจ็ด ถ้าถูกกว่านั้นต้องซื้อแบบมี Deductible เท่านั้น และเบี้ยประกันก็ถือว่าราคาสูงด้วยเจ้าค่ะ F อะไรดีจะไปเริ่มเปิดรับแบบไม่มี Deductible ตอนอายุ 6 ขวบขึ้นไป ข้อดีของแผนนี้คือมีวงเงิน OPD ต่อปีให้ทุกแผน แบบประกันนี้ราคาดีในทางเลือก Deductible ถ้าใครมีสวัสดิการอื่นอยู่มากพอสมควร ก็ลองมาดูตัวนี้ไปใช้ร่วมกันได้เจ้าค่ะ
ต่อกันที่เมืองเทย ดีเด็ก ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แผนนี้จะปิดการขายในวันที่ 30 เมษายนนี้เจ้าค่ะ ตัวนี้เน้นกรณีนอน รพ. เท่านั้น ไม่มีวงเงิน OPD และมี Deductible ด้วยเจ้าค่ะ ราคาก็ถือว่าแรงมากทีเดียว เพราะเหมาจ่ายจริง ๆ ค่าห้องก็เหมาจ่ายตามค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานทุก รพ. ด้วย อย่างไรก็ดีแผนนี้ทำมาเพื่อเด็กจริง ๆ ไม่คุ้มครองหมวด 9-11 คีโม ฉายแสง ล้างไต กรณีนอน รพ. นะเจ้าคะ ถ้าลูกจะถือต่อเนื่องตลอดชีวิต โตขึ้นไปหนูอย่าลืมซื้อประกันโรคร้ายแรงห่วงใย บวก แบบจ่ายค่ารักษามะเร็ง และ ไตวายเพิ่มด้วยนะลูกนะ ถือแค่นี้ไม่พอสำหรับกรณีผู้ใหญ่นะลูก
อีกตัวนึงป๊ะป๋า อ้าซ่า MEA เอกตรา ทีเด็ดคือมีการเพิ่มให้อีก 70% ของส่วนเกินในหมวด 2, 4.3 และหมวด 12 ซึ่งสำหรับเด็กหมวดที่น่าจะได้เกินเยอะคือหมวด 2 ถ้ามีส่วนเกิน ป๊ะป๋าก็จะจ่ายให้อีก 70% ของส่วนเกิน แต่ไม่เกินวงเงินสูงสุดบรรทัดสุดท้ายของผลประโยชน์แต่ละแผนเจ้าค่ะ อย่างไรก็ดีแผนนี้ไม่ขายแบบไม่มี Deductible กับเด็ก ถึงแม้ว่า Deductible จะน้อยแค่หลักพันต่อครั้ง แต่ก็ยังถือว่าเบี้ยประกันแรงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ให้ แม่มณีเลยเลยจัดไว้อยู่ในหน้าพระรองเจ้าค่ะ

หน้าสุดท้าย คือแกงโฮะ 3 สูตรของแม่มณี ที่เน้นว่า “สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปเท่านั้น” ถ้าเด็กเล็กกว่านั้นไม่ต้องโฮะเจ้าค่ะ โฮะไปก็แพงอยู่ดี ไม่คุ้มค่าเสียเวลารอ fax claim 2 ค่าย แต่สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปที่มีงบประมาณสามหมื่นกว่า ถ้าคุณซื้อแผนเดียวท่ามาตรฐานจะได้ค่าห้องแค่ 3-5 พัน หรือไม่งั้นก็ต้องไปซื้อแบบที่มี Deductible
แต่ถ้าคุณยอมรอ Fax claim นานขึ้นซักหน่อย รวมพลังจาก 2 ค่าย คุณจะได้ค่าห้องหกพันกว่าขึ้นไป และมีวงเงิน OPD ให้ในทุกทางเลือก โดยเลือกซื้อแผนประกันแบบมี Deductible ซักตัว บวกกับสามซุง HS อุลตร้า 2500 ให้มาจ่าย Deductible ของเล่มแรกให้ สูตรนี้จะได้ผลประโยชน์ที่สูงกว่าและไม่ต้องจ่าย Deductible ในเคสส่วนใหญ่ อาจมีต้องจ่าย Deductible บ้างในบางเคสที่นอน รพ. หลายวัน แต่มันก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมากเจ้าค่ะ ลองทัศนาแกงโฮะ 3 สูตรของแม่มณีดูได้เจ้าค่ะ ทั้ง 3 สูตรมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แม่มณีเขียนไว้ให้แล้วในตารางว่าสูตรไหนเด่นด้านไหน อย่างไรก็ดีถ้ามีงบห้าหมื่นขึ้นไป ไม่ต้องมาโฮะให้เสียเวลา จัด HS ผ่ามพ๊าม แผน 10 ล้านไป ง่ายกว่า จบกว่า และรอเคลมไม่ช้านานเจ้าค่ะ
และทั้งหมดนี้คือประกันสุขภาพเด็กยุคใหม่ ยุคเอไอ อิหร่าน และ ท่านทรัมป์ทานอส คงมีเวลาเหลืออีกไม่กี่ปีที่เรายังจะมีประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่ไม่มีส่วนร่วมจ่ายให้เราได้เลือกซื้อกัน ในวันที่ลูกเราเป็นผู้ใหญ่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะไม่มีประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบที่จ่ายตั้งแต่บาทแรกขายแล้ว ถ้าค่ารักษาพยาบาลยังแพงขึ้นทุกวันโดยไม่มีการควบคุมเช่นนี้ ในวันที่ลูกเรายังเลือกประกันสุขภาพเองไม่ได้ เราในฐานะพ่อแม่ก็คงต้องตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดบนงบประมาณที่เราทำไหว เลือกไปซักตัว รู้เจ้าค่ะว่าแพง มองตารางเบี้ยที่ตา เจ็บเข้าไปที่ใจ สะเทือนไปถึงกระเป๋าสตางค์ แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นหลัง 6 ขวบเป็นต้นไป ตอนนั้นจะสบายขึ้นมากเลย เบี้ยประกันก็ถูกลง ลูกก็ไม่ค่อยป่วยไข้ เหลือจ่ายเยอะแค่ค่าเทอมเท่านั้นแหล่ะเจ้าค่ะ รักนะ จุ้บ ๆ
Share this post :
RELATED PORTFOLIO
ประกันเด็ก เปลี่ยนอิหยังคื้อบ่อยแท้ อิแม่ตามไม่ทัน
Special EP: รวบรวมการเปลี่ยนแปลงประกันเด็กในช่วงครึ่งปีหลัง
&n...
5 ทางเลือก จาก 3 ค่ายใหญ่ กำแพงเหล็กก็ยังแพ้เด็กไทย
ปิดการขายสิ้นเดือนนี้หลายแผน เดือนหน้าข...
ขอแนะนำป่ะป๊ารักเด็กคนใหม่ KW จาม ค่าห้องสามพัน เบี้ยประกันสองหมื่นต้น แต่ถ้าเคลมเยอะเกินไป ปรับเป็น Copayment ได้เจ้าค่ะ
ใค...
ชี้เป้า เข้าใจ ประกันสุขภาพเด็ก 2567 ธีมปีนี้ รวมพลังสองค่ายใหญ่กระจายความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการโดนทุบ
สืบเนื่องจากระเบิดลงฝั่งประกันสุขภาพเด็กหลายค่าย ส่งผลให้เกิดวิกฤติศรัทธาทั่วทุกหย่อมหญ้า มีทั้ง “ปิ...
โตเกียว มาลุย ค่าห้อง 5000 แม่มณีเชียร์สุดใจ ใส่เต็มข้อ
ใครขอเบี้ยไม่เกินสองหมื่น แม...





